Learn

7 วิธีอ่านหนังสือสอบให้เข้าสมอง จำแม่นทุกตัวอักษร

อ่านหนังสือให้จำแม่น จำนาน นำไปใช้ตอบข้อสอบได้

การอ่านหนังสือเป็นการทำความเข้าใจเนื้อหา หรือสิ่งที่ได้รับการถ่ายทอดออกมาเป็นตัวอักษร เป็นการเพิ่มพูนองค์ความรู้และสร้างเสริมจินตนาการให้กับผู้อ่าน ดังคำกล่าวที่ว่าผู้ที่อ่านมากย่อมรู้มาก การอ่านมีหลายประเภท ทั้งการอ่านเพื่อความบันเทิง การอ่านเพื่อหาคำตอบบางสิ่ง การอ่านเพื่อทบทวนความรู้ หรือการอ่านเพื่อจดจำ ก่อนการอ่านจึงจำเป็นต้องทราบจุดประสงค์ก่อนเพื่อกำหนดวิธีและทิศทางการอ่าน โดยการอ่านเพื่อจดจำสามารถทำได้ตาม 7 วิธีการ ดังนี้

1

อ่านคำนำ สารบัญ และบทสรุป

การอ่านคำนำ สารบัญ และบทสรุปก่อนเข้าสู่เนื้อหาจะเป็นสิ่งที่ช่วยให้ผู้อ่านทราบเนื้อหาโดยรวม และเป็นช่วงเวลาที่รวบรวมความคิด หรือความจำเกี่ยวกับสิ่งที่เกี่ยวข้องในเนื้อหาให้ปะติดปะต่อกันในหัวได้ ซึ่งความคิดที่ถูกกระตุ้นขึ้นมานี้จะช่วยให้เมื่อเริ่มต้นอ่านจะสามารถทำความเข้าใจบทเรียนได้ง่ายขึ้น นอกจากนั้นการเริ่มต้นด้วยการอ่านคำนำ สารบัญ และบทสรุปยังเป็นการเริ่มต้นรวบรวมสมาธิให้พุ่งไปที่การอ่านอย่างช้า ๆ

2

เพ่งสมาธิไปที่การอ่านเพียงอย่างเดียว

การเพ่งสมาธิไปที่การอ่าน

การเพ่งสมาธิไปที่การอ่าน

การเพ่งสมาธิไปที่การอ่านเพียงอย่างเดียว ช่วยให้การทำงานกันของร่างกายทุกส่วนประสานกันไปที่จุดเดียว เพราะหากระหว่างอ่านหนังสือแล้วมีการเปิดเพลง หรือพูดคุยกับเพื่อนจะทำให้สมองต้องแยกส่วนในการทำกิจกรรมหลายอย่างพร้อมกัน ทำให้ประสิทธิภาพในการอ่านและการท่องจำลดลง การอยู่ในที่เงียบ สงบ อากาศดี ไม่ร้อนหรือหนาวจนเกินไป หรืออยู่ในสถานที่ที่ผ่อนคลายระหว่างอ่านหนังสือจะช่วยให้การอ่านมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

3

กระตุ้นสมองด้วยการขยับตัวขณะอ่าน

การขยับตัวเป็นการกระตุ้นให้สมองตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา การขยับตัวอาจจะเป็นการขยับนิ้วไปด้วยระหว่างการอ่าน การพลิกตัว การเปลี่ยนท่านั่ง การหมุนปากกา การขยับขาและแขน และการอ่านออกเสียง แต่ต้องระวังไม่พุ่งสมาธิไปที่การขยับตัวจนสมองต้องเพ่งความสนใจไปที่การขยับตัวแทนการอ่าน การขยับตัวนี้ควรเป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติ เป็นวิธีสร้างความผ่อนคลายให้ผู้อ่านได้ดีอีกวิธีหนึ่งด้วย ช่วยให้การอ่านไม่ตึงเครียดจนเกินไป

4

กำหนดเวลาในการอ่านให้เหมาะสม

การกำหนดเวลาในการอ่าน

การกำหนดเวลาในการอ่าน

การกำหนดเวลาในการอ่านเป็นการฝึกวินัยให้ตนเอง ช่วงเวลาในการอ่านทบทวนหนังสือหรือท่องจำบทเรียนไม่ควรเกิน 2 ชั่วโมง เพราะจะเป็นการใช้งานสมองหนักเกินไป การกำหนดเวลาในการอ่านสามารถเริ่มต้นด้วยระยะเวลาสั้น ๆ อย่าง 30 นาทีก่อนในช่วงแรก แต่ในช่วงที่กำหนดเวลาอ่านหนังสือจะต้องอ่านหนังสือเพียงอย่างเดียว ไม่มีการทำกิจกรรมอื่นแทรกระหว่างอ่านหนังสือ เพื่อฝึกสมาธิให้ร่างกายจดจ่อกับการอ่านหนังสือให้นานที่สุด

5

หาเวลาที่เหมาะสมในการอ่าน

เวลาที่เหมาะสมในการอ่านเป็นเวลาที่ผู้อ่านสามารถรวบรวมสมาธิและจดจ่อในการอ่านได้ดีที่สุด เพราะปกติแล้วทุกคนมีช่วงเวลาที่เหมาะสมในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ไม่เหมือนกัน เช่น บางคนทำสมาธิได้ดีในช่วงเช้าหลังตื่นนอน ขณะที่บางคนจะทำได้ดีในช่วงเวลาบ่าย เพราะช่วงเช้าร่างกายยังคงตื่นไม่เต็มที่ และบางคนมีสมาธิที่สุดเวลาค่ำก่อนนอน เพราะร่างกายกระปรี้กระเปร่าในช่วงนั้น ผู้อ่านจึงควรหาช่วงเวลาที่เหมาะสมในการอ่านของตนเองให้เจอก่อนกำหนดเวลาอ่าน

6

ปิดเนื้อหาและท่องสิ่งที่อ่านให้ได้

การท่องจำเนื้อหาที่อ่าน

การท่องจำเนื้อหาที่อ่าน

การทราบประสิทธิภาพการท่องจำและการทำความเข้าใจเนื้อหาของตนเองได้ดี คือ การพยายามท่องจำบทเรียนที่อ่านออกมาให้ได้ โดยอาจใช้วิธีปิดเนื้อหาบางส่วนเอาไว้แล้วพยายามพูดเนื้อหาโดยภาพรวมให้ถูกต้อง หรืออาจจะมีหัวข้อของแต่ละบทเรียนเขียนกำกับไว้ แล้วเขียนสรุปบทเรียนนั้น ๆ ออกมา การทดสอบการท่องจำแบบนี้จะทำให้ผู้อ่านทราบว่าสิ่งที่อ่านไปมีการตกหล่นส่วนใดหรือไม่ หรือระหว่างที่อ่านมีการสับสนเนื้อหาส่วนใดหรือไม่ เพราะบางครั้งผู้อ่านอาจเกิดความสับสนโดยไม่รู้ตัว การปิดเนื้อหาแล้วท่องสิ่งที่อ่านจะทำให้เห็นปัญหานี้ชัดเจนขึ้น

7

ทบทวนเนื้อหาในหัวอยู่เสมอ

ในระหว่างวันที่ไม่ได้อ่านท่องจำบทเรียนแล้ว ผู้อ่านสามารถคิดทบทวนเนื้อหาคร่าว ๆ ในหัวระหว่างทำกิจกรรมอื่น ๆ ได้ เพื่อให้สามารถจดจำบทเรียนได้นานขึ้น เมื่อทำบ่อย ๆ จะเกิดความคุ้นชินและเกิดการท่องจำบทเรียนอยู่เสมอ และเป็นการยากที่จะลืม ซึ่งการท่องจำบทเรียนอยู่เสมอนี้จะส่งผลต่อการเรียนในระดับที่สูงขึ้นไปด้วย เพราะบทเรียนมักจะต่อยอดจากระดับพื้นฐานสู่ระดับที่สูงขึ้นไป การมีพื้นฐานที่ดีทำให้การต่อยอดมีโอกาสที่จะทำได้ดีเช่นกัน

การอ่านเพื่อท่องจำเป็นการเก็บความรู้ ซึ่งการจะท่องจำให้ได้ผลนั้นจะต้องเกิดจากความเข้าใจด้วย เพราะการท่องจำเป็นเพียงการจดจำคำที่เรียงร้อยเป็นประโยค แต่การเข้าใจเนื้อหาจะช่วยให้สามารถจดจำได้อย่างยาวนาน การเรียนในปัจจุบันไม่ได้จำกัดเฉพาะในห้องเรียน การเรียนนอกห้องเรียนหรือการเรียนออนไลน์ก็ช่วยพัฒนาการเรียนได้ ซึ่ง Tueetor ก็มีคอร์สเรียนที่น่าสนใจสำหรับการเรียนรู้เพิ่มเติมให้เลือกมากมาย

คลิกดู “คอร์สเรียน Tueetor” ได้ที่นี่

Leave a reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *